เว็บไซต์สำหรับคนรักสุขภาพ กับวิธีการดูแลสุขภาพ เรื่องของความสวยความงาม และทิปต่างๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามินเอ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามินเอ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

วิตามินเอ (Vitamin A) ประโยชน์และโทษของวิตามินเอที่ควรรู้ !!


วิตามินเอ (Vitamin A) จัดเป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน เพราะต้องใช้ไขมันและแร่ธาตุมาช่วยในการดูดซึมเจ้าสู่ร่างกาย ปกติแล้วร่างกายของคนเรานั้นจะเก็บสะสมวิตามินเอได้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานอาหารเสริมทดแทนแต่อย่างใด โดยวิตามินเอนั้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ วิตามินเอแบบสำเร็จที่เรามักเรียกกันว่า เรตินอล ซึ่งจะพบมากในอาหารที่มาจากเนื้อสัตว์ และอีกชนิดหนึ่งก็ได้แก่ โปรวิตามินเอหรือแคโรทีน ซึ่งชนิดนี้เราจะพบได้ทั้งพืชและสัตว์ โดยวิตามินเอนั้นโดยปกติแล้วจะมีหน่วยวัดปริมาณเป็น IU ซึ่งเป็นหน่วยวัดที่นิยมใช้กันมากที่สุด

การรับประทานวิตามินเอนั้นในปริมาณ 5,000 IU ต่อวันถือเป็นขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน เนื่องจากยังไม่ได้รับการจัดเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็ฯต่อร่างกายอย่างเป็นทางการ และโดยทั่วไปแล้ววิตามินเอแบบเบต้าแคโรทีนในขนาดประมาณ 10,000-15,000 IU นั้นถือเป็นขนาดที่เพียงพอแล้วและเทียบเท่ากับขนาดที่แนะนำ ซึ่งวิตามินเอที่จะแนะนำให้รับประทานนั้นก็คือในรูปของเบต้าแคโรทีน เพราะไม่มีความเสี่ยงจากการรับประทานสะสมเหมือนวิตามินเอ แถมเบต้าแคโรทีนนั้นก็ช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย และยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่เป็ฯตันตรายต่อร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

โดยแหล่งอาหารที่พบวิตามินเอนั้นก็ได้แก่ ตับ น้ำมันตับปลา ผักสีเหลืองและเขียวเข้ม แครอท ผักตำลึง คะน้า ชะอม กระถิน ผักโขม ฟักทอง บรอกโคลี แคนตาลูบ มะม่วงสุก แตงกวา ผักกาดขาว มะละกอสุก ไข่ นม มาร์การีน เป็นต้น ซึ่งโทษของวิตามินเอหากรับประทานในปริมาณมากนั้นก็ได้แก่มีอาการ เช่น ปวดกระดูก ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ประจำเดือนมาไม่ปกติ ผมร่วง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ผิวลอก ผมร่วง ตามัว ผดผื่น อาการตับบวมโต เป็นต้น ซึ่งจะอันตรายอย่างมากหากคุณรับประทานในปริมาณ 50,000 IU ติดต่อกันเป็นเวลานาน และหญิงตั้งครรภ์ห้ามรับประทานวิตามินเอเสริมอาหารเด็ดขาดเพราะอาจจะทำให้แท้งบุตรได้

ประโยชน์ของวิตามินเอ ก็ได้แก่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น ส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย ผิวพรรณ ผม ฟัน เหงือก และเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ช่วยรักษาโรคตาได้หลายโรค สร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อในทางเดินหายใจ หากใช้ทาบริเวณผิวหนังจะช่วยรักษาสิวได้ ลดริ้วรอยตื้นๆ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ ลดจุดด่างดำ รอยแผลเป็น รอยแผลสิวที่ผิวหนังได้ดี รักษาโรคถุงลมโป่งพองและไทรอยด์เป็นพิษได้ และยังช่วยรักษาโรคผิวหนังชนิดเป็นตุ่มพุพองที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ฝี ชันนะตุ และแผลเปิดต่างๆ เป็นต้น

เพิ่มเติม : www.greenerald.com/วิตามิน/วิตามินเอ